Connect with us

การขุด Bitcoin ยังคงทำกำไรได้อยู่หรือไม่?

การสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้การเก็งกำไร

กระบวนการขุด Bitcoin เป็นอย่างไร?

การขุด Bitcoin นั้นเป็นกระบวนการรับ Bitcoin เพื่อแลกกับการดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่ทำผ่าน Bitcoin โดยธุรกรรมเหล่านี้ถือเป็นการให้ความปลอดภัยแก่เครือข่าย Bitcoin ดังนั้นเครือข่ายจึงตอบแทนผู้ขุดด้วยการให้โทเคน Bitcoin แก่พวกเขา ซึ่งผู้ขุดจะสามารถทำกำไรได้หากราคาของ Bitcoin สูงกว่าต้นทุนที่ได้รับมา และด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงการสร้างศูนย์กลางการขุดแบบมืออาชีพที่มีพลังการประมวลผลมหาศาล ในขณะเดียวกันราคาของ Bitcoin เองก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบไม่แน่นอน จึงทำให้ผู้ขุดหลายคนถามตัวเองว่าการขุด Bitcoin ยังคงทำกำไรได้หรือไม่?

มีหลายปัจจัยด้วยกันที่กำหนดว่าการขุด Bitcoin จะเป็นการลงทุนที่ทำกำไรได้หรือไม่ ซึ่งจะรวมถึงค่าไฟฟ้าที่ใช้เพื่อจ่ายไฟให้กับระบบคอมพิวเตอร์, ความพร้อมใช้งานของ Bitcoin, ราคาของระบบคอมพิวเตอร์ และความยากในการประมวลผล โดยความยาก (Difficulty) นั้นจะวัดเป็นแฮชต่อวินาที (H/s) ของธุรกรรมการตรวจสอบความถูกต้องบนเครือข่าย Bitcoin (อัตราแฮชต่อวินาทีจะเป็นการวัดอัตราการประมวลผล) และค่าความยากนั้นจะเปลี่ยนไปเมื่อมีผู้ขุดเข้ามามากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าการวัดระดับอัตราการประมวลผลจะยังคงที่อยู่เสมอ และปัจจัยสุดท้ายสำหรับการพิจารณาในการทำกำไรคือ ราคาของ Bitcoin เมื่อเทียบกับมาตรฐานสกุลเงินดั้งเดิม

จุดเด่น

  • Bitcoin ขุดได้ด้วยการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง
  • ผู้ขุดจะได้รับรางวัลเป็น Bitcoin บริสุทธิ์ที่เกิดใหม่ในบล็อก (6.25 BTC/บล็อก)
  • ผู้ขุดมีจำนวนมากขึ้นเท่าใด กระบวนการขุดก็ยิ่งยากขึ้นตามไปด้วย

องค์ประกอบของการขุด Bitcoin

ก่อนการถือกำเนิดขึ้นของซอฟต์แวร์ขุด Bitcoin เวอร์ชั่นใหม่ในปี 2013 นั้นโดยทั่วไปแล้วการขุดจะดำเนินการบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่การเปิดตัวชิปวงจรรวมเฉพาะแอพพลิเคชัน (Application Specific Integrated Circuit: ASIC) นั้นมีความสามารถมากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นเก่าถึง 100 พันล้านเท่าด้วยกัน ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในการขุด Bitcoin นั้นไร้ประสิทธิภาพและล้าสมัยไปในทันที ในขณะที่การขุด Bitcoin กับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่ายังคงเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ก็มีคำถามเล็กน้อยว่าไม่ใช่การลงทุนที่ทำกำไรได้อีกแล้วหรือไม่? ซึ่งเป็นเพราะวิธีการตั้งค่าการขุดที่ผู้ขุดจะแข่งขันกันเพื่อประมวลผลแฮชให้เร็วที่สุด ดังนั้นผู้ขุดที่ใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าจะเสียเปรียบด้านการประมวลผล จึงทำให้ไม่มีโอกาสที่จะได้แก้โจทย์ก่อนและได้รับรางวัลเป็น Bitcoin อีกทั้งความยากในการขุด Bitcoin นั้นก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับราคาของ Bitcoin (ยิ่งมีราคาสูงก็ยิ่งขุดยาก) แต่ด้วยอุปกรณ์รุ่นใหม่เหล่านี้ก็มาพร้อมกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทั้งต้นทุนที่สูงในการจัดหา การใช้งานระบบใหม่ และการขาดแคลนในตลาด

ก่อนและหลังการใช้ ASIC มีความแตกต่างในการทำกำไรอย่างไร?

ย้อนกลับไปในปี 2009 การขุด Bitcoin นั้นใช้เพียงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก็สามารถทำกำไรได้อย่างเรียบง่ายและไม่ยุ่งยากเท่าในปัจจุบัน ด้วยปัจจัยหลายประการด้วยกันแต่จะทำการยกตัวอย่าง 2 ประการ ดังนี้

  • ประการแรก: ผู้ขุดเหล่านี้เป็นเจ้าของระบบด้วยตนเองอยู่แล้ว ดังนั้นต้นทุนอุปกรณ์จึงมีค่าเป็นศูนย์ ซึ่งพวกเขาสามารถปรับการตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์ของพวกเขาเองเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดที่สวนทางกับความตึงเครียด
  • ประการที่สอง: ในเวลานั้นเป็นช่วงที่ยังไม่มีศูนย์กลางการขุด Bitcoin ระดับมืออาชีพ ดังนั้นผู้ขุดในยุคแรกต้องแข่งขันกับผู้ขุดคนอื่น ๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของแต่ละบ้านเท่านั้น โดยการแข่งขันจะเป็นไปอย่างเท่าเทียม ถึงแม้ว่าค่าไฟฟ้าจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่าง ๆ แต่ความแตกต่างนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบมากพอที่จะขัดขวางผู้คนจากการขุดได้

หลังจากการถือกำเนิดขึ้นของ ASIC นั้นก็ทำให้เกมเปลี่ยนไป ในตอนนี้ผู้คนต่างแข่งขันกับแท่นขุดเจาะที่มีพลังการประมวลผลมากกว่าแทนที่จะเป็นการแข่งขันกันแบบรายบุคคลในยุคแรก โดยผลกำไรจากการขุดนั้นก็ถูกบั่นทอนด้วยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย เช่น การซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่ การจ่ายค่าพลังงานที่สูงขึ้นสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ใหม่ และความยากในการขุดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

“ประเทศเอลซัลวาดอร์กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2021”

ความยากในการขุด Bitcoin (Difficulty)

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น อัตราความยากที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin นั้นแปรผันและเปลี่ยนแปลงทุก ๆ สองสัปดาห์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของการผลิตบล็อกที่ตรวจสอบแล้วสำหรับ Blockchain โดยยิ่งมีอัตราความยากสูงเท่าใด โอกาสที่ผู้ขุดแต่ละคนจะประสบความสำเร็จในการประมวลผลแฮชและรับ Bitcoin ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้อัตราความยากในการขุดได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับตอน Bitcoin เปิดตัวครั้งแรกนั้นมีค่าความยากอยู่ที่ระดับ 1 เท่านั้น โดยเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2021 ที่ผ่านมานี้มีค่าความยากสูงถึงระดับ 25 ล้านล้านด้วยกัน และด้วยสิ่งนี้จึงเกิดคำถามว่าการขุด Bitcoin ในตอนนี้ยากกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้วกี่เท่า

Is Bitcoin Mining Still Profitable? | ข่าวโดย Tadoo

ผลตอบแทนจะลดลงทุก ๆ 4 ปี เนื่องจากโปรโตคอล Halving

ผลตอบแทนที่มีการเปลี่ยนแปลง

เครือข่าย Bitcoin ได้จำกัดอุปทานหมุนเวียนทั้งหมดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น และนี่เป็นข้อกำหนดสำคัญของระบบนิเวศของ Bitcoin ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2009 อีกทั้งยังมีการจำกัดขอบเขตเพื่อควบคุมอุปทานที่จะผลิตออกมาอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการขุด Bitcoin ออกมามากกว่า 18 ล้านเหรียญ และเพื่อเป็นการควบคุมการนำ Bitcoin ใหม่เข้าสู่การหมุนเวียนในตลาดนั้นโปรโตคอลเครือข่ายจึงลดจำนวน Bitcoin ที่มอบให้เป็นผลตอบแทนหรือรางวัลแก่ผู้ขุดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อทำการตรวจสอบบล็อกสำเร็จทุก ๆ 210,000 บล็อก หรือเฉลี่ยแล้วเป็นทุก ๆ 4 ปีด้วยกัน

ในยุคแรกเริ่มนั้นจำนวน Bitcoin ที่ผู้ขุดได้รับในแต่ละบล็อกคือ 50 Bitcoin แต่ในปี 2012, 2016 และ 2020 ได้ปรับลดลงเป็น 25 Bitcoin, 12.5 Bitcoin และ 6.25 Bitcoin ตามลำดับ ซึ่งหากผู้ขุดที่คาดหวังกำไรหรือผลตอบแทนสูงนั้นควรตระหนักว่าขนาดของผลตอบแทนจะลดลงเสมอในอนาคต ถึงแม้ว่าความยากในการขุดจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

Is Bitcoin Mining Still Profitable? | ข่าวโดย TadooIs Bitcoin Mining Still Profitable? | ข่าวโดย Tadoo

การทำกำไรในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

การขุด Bitcoin นั้นยังคงสมเหตุสมผลและให้ผลกำไรสำหรับบางบุคคลที่สามารถเข้าถึง ASIC ได้ง่าย ถึงแม้ว่า ASIC รุ่นยอดนิยมในการแข่งขันจะมีราคาตั้งแต่หลักหลายพันบาทไปจนถึงประมาณหลักหลายแสนก็ตาม และในความพยายามที่จะรักษาคุณภาพในสนามการแข่งขันขุด Bitcoin นั้นทำให้อุปกรณ์บางรุ่นได้ปรับเปลี่ยนระบบการทำงานบางส่วนอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ฮาร์ดแวร์บางตัวอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถปรับการตั้งค่าเพื่อลดความต้องการพลังงานได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโดยรวมอีกด้วย โดยผู้ขุดที่คาดหวังผลกำไรควรทำการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ควบคู่กันไป เพื่อทำความเข้าใจจุดคุ้มทุนก่อนจะทำการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ที่มีต้นทุนสูง และตัวแปรที่สำคัญที่จำเป็นสำหรับการคำนวณมีดังนี้

  • ค่าไฟ: อัตราค่าไฟฟ้าของคุณเป็นอย่างไร? โปรดทราบว่าอัตราจะเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงเวลาของวัน และปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก โดยคุณสามารถค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้ในบิลค่าสาธารณูปโภคของคุณเองที่วัดการใช้ไฟฟ้าเป็นหน่วย kWh (กิโลวัตต์/ชั่วโมง)
  • ประสิทธิภาพ: อุปกรณ์ของคุณกินไฟเท่าไหร่? (วัดเป็นหน่วยวัตต์)
  • เวลา: ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการขุดอยู่ที่เท่าไหร่?
  • มูลค่าของ Bitcoin: มูลค่าของ Bitcoin เทียบกับสกุลเงินดั้งเดิมของภูมิภาคที่คุณอาศัยอยู่เป็นเท่าไหร่?

ในความเป็นจริงก็มีเครื่องคำนวณความสามารถในการทำกำไรบนหลายเว็บไซต์ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น CryptoCompare จะให้เครื่องมือที่ผู้ขุดสามารถวิเคราะห์สมการต้นทุนและผลประโยชน์ของการขุด Bitcoin ได้ ซึ่งเครื่องคำนวณความสามารถในการทำกำไรจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยและบางเว็บไซต์ก็มีความซับซ้อนกว่า

คำแนะนำที่ดีคือคุณควรคำนวณซ้ำหลายครั้ง ด้วยการใช้ระดับราคาที่แตกต่างกันสำหรับทั้งต้นทุนพลังงานและมูลค่าของ Bitcoin นอกจากนี้ให้ทำการเปลี่ยนระดับความยากเพื่อดูว่ามีผลต่อการวิเคราะห์อย่างไร และให้ลองกำหนดว่าการขุด Bitcoin ในระดับราคาใดที่จะสร้างผลกำไรให้กับคุณ นั่นคือจุดคุ้มทุนของคุณ ตัวอย่างเช่น ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2021 ราคาของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 40,000 ดอลลาร์ และด้วยผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ที่ 6.25 Bitcoin สำหรับบล็อกที่ตรวจสอบแล้ว ดังนั้นผู้ขุดจะได้รับรางวัลมูลค่าประมาณ 250,000 ดอลลาร์สำหรับการประมวลผลแฮชสำเร็จ และแน่นอนว่าราคาของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนอย่างมาก จึงทำให้ตัวเลขของรางวัลนี้อาจมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ในการแข่งขันกับศูนย์กลางการขุดขนาดใหญ่นั้นจะเป็นการก่อตั้ง Pool ขึ้นและเปิดให้ผู้คนสามารถเข้าร่วม Pool ได้ ซึ่งเหล่านักขุดจะทำงานร่วมกันและแบ่งปันผลตอบแทน ด้วยสิ่งนี้จึงสามารถเพิ่มความเร็วและลดความยากในการขุดได้ รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันเมื่อมีความยากในการขุดและมีค่าใช้จ่ายมากมายจึงทำให้ผู้คนหันไปเข้าร่วมกับ Pool มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกันนั้นรางวัลโดยรวมก็ยิ่งลดลงเนื่องจากมีการแบ่งปันกันระหว่างผู้เข้าร่วมหลายราย และพลังการประมวลผลโดยรวมนี้หมายความว่า Pool จะมีโอกาสมากขึ้นในการประมวลผลแฮชที่ถูกต้องได้ก่อนเพื่อรับรางวัล

 

บทสรุป

ในการเพื่อตอบคำถามว่าการขุด Bitcoin ยังคงทำกำไรได้หรือไม่นั้น แนะนำว่าให้ใช้เครื่องคำนวณที่มีความสามารถในการทำกำไรบนเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ ซึ่งคุณสามารถกำหนดตัวเลขต่าง ๆ และค้นหาจุดคุ้มทุนของคุณ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาว่าคุณยินดีที่จะวางเงินทุนเริ่มต้นที่จำเป็นสำหรับฮาร์ดแวร์ราคาแพงหรือไม่ และประเมินมูลค่าในอนาคตของ Bitcoin รวมไปถึงระดับความยากอีกด้วย (เมื่อราคา Bitcoin และความยากในการขุดลดลง / เมื่อราคา Bitcoin และความยากในการขุดเพิ่มขึ้น) ซึ่งเมื่อถึงช่วงที่ราคา Bitcoin เพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้ระดับความยากเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั้นผู้คนก็จะเริ่มหันไปหาคริปโตเคอเรนซีคู่แข่งมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ประเภทของประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 2+

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 3+

เพิ่มเติม

พ.ร.บ.รถยนต์

เพื่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

วิธีคำนวนเบี้ยประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

ทำอย่างไรให้ได้เบี้ยประกันลดลง

เพิ่มเติม

ประกันที่เหมาะกับมือใหม่

เพิ่มเติม

หลังเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรทำอย่างไร

เพิ่มเติม

เมาแล้วขับ

เพิ่มเติม

ไม่เคลม รับส่วนลดเบี้ยประกัน

เพิ่มเติม

รถมีประกันหรือเปล่า

เพิ่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

บริการรถใช้ระหว่างซ่อม

เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพกับการขับรถ

เพิ่มเติม

ประกันภัยรถยนต์หลายคัน

เพิ่มเติม

ประกันรถยนต์สำหรับวัย 50 ปีขึ้นไป

เพิ่มเติม

ประกันรถยนต์เปิดปิด

เพิ่มเติม