Connect with us

ทำความรู้จักกับ Polkadot (DOT)

มีโปรโตคอลที่จะช่วยให้การสื่อสารข้าม Chain เป็นไปอย่างง่ายดาย

Fast Fact: Polkadot (DOT)

Polkadot (DOT) | ข่าวโดย Tadoo

Polkadot เป็นโปรโตคอลแบบ Open-Source Sharding Multichain หรือเป็นโปรโตคอลที่จะช่วยให้ Public Blockchain สามารถสื่อสารระหว่างกันและถ่ายโอนแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมไปถึงการโอนมูลค่าข้าม Chain ได้อีกด้วย โดยใช้ระบบการกำกับดูแลแบบ On-Chain ที่ขับเคลื่อนด้วยการลงประชามติโดยใช้โทเคน DOT เพื่อให้แน่ใจว่าเครือข่ายจะได้ยินเสียงของผู้มีส่วนร่วมได้ทั้งหมด

จุดมุ่งหมายของ Polkadot คือการสร้างอินเทอร์เน็ตที่กระจายอำนาจที่เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชัน Dapps การบริการ และสถาบันที่กระจายอำนาจจากทั่วทั้งระบบนิเวศ Blockchain ให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงเพื่อสร้างบทบาทหน้าที่ของมันให้เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโปรโตคอลจำนวนมหาศาลภายในระบบนิเวศของ Blockchain อีกด้วย นอกจากนี้ Polkadot ได้ใช้ประโยชน์จากการกำกับดูแลที่กว้างขวางและระบบเศรษฐศาสตร์คริปโต ที่มีการจัดลำดับความสำคัญอย่างเท่าเทียมในการตัดสินใจว่าแต่ละโปรโตคอลนั้นควรทำงานอย่างไร

Polkadot ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กลไกการลงประชามติแบบ On-Chain รวมไปถึงการลงประชามติแบบการถ่วงน้ำหนัก (Stake-Weighted) ที่หมายถึง การจัดการโปรโตคอลจะถูกดำเนินการโดยผู้ใช้ ซึ่งคะแนนโหวตนั้นจะมีน้ำหนักตามจำนวนโทเคน DOT ที่พวกเขาถือครอง (ยิ่งมีมากยิ่งได้เปรียบ) โดยเครือข่าย Polkadot Blockchain นั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้กระบวนการที่โปร่งใสและซับซ้อน ในการอนุมัติหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงของโปรโตคอลบนเครือข่าย อีกทั้งยังสามารถบังคับใช้ได้ด้วยตนเองอีกด้วย ซึ่งกลไกการบริหาร Polkadot นั้นจะถูกตัดสินใจโดยสภา Polkadot, คณะกรรมการด้านเทคนิค, ผู้ถือโทเคน DOT และองค์ประกอบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เพื่อรักษาความอยู่รอดของแพลตฟอร์มในระยะยาวให้ได้มากที่สุด

Polkadot มีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วนดังนี้

  • Relay Chain: “หัวใจหลัก” ของ Polkadot ที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในเครือข่าย ความสามารถในการทำงานร่วมกัน และการรักษาความปลอดภัยร่วมกันในเครือข่ายของ Chain ต่าง ๆ ที่หลากหลาย
  • Parachains: Chain อิสระที่สามารถมีโทเคนของตัวเองได้ และได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในกรณีเฉพาะ
  • Parathreads: คล้ายกับ Parachains แต่มีการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นตามรูปแบบการจ่ายในการใช้งานหรือที่เรียกว่า “pay-as-you-go”
  • Bridges: เปรียบเสมือนสะพานที่อนุญาตให้ Parachains และ Parathreads สามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับเครือข่าย Blockchain ภายนอกอย่าง Ethereum ได้

จุดเด่น

  • ผู้ถือโทเคน DOT คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดต่อเครือข่าย Polkadot
  • เครือข่าย Polkadot กำกับดูแลแบบ On-Chain หรือหมายถึงการลงประชามติ
  • เครือข่าย Polkadot มีหน้าที่หลักเป็นสะพานเชื่อม Blockchain เข้าหากัน

Polkadot: ระบบเศรษฐศาสตร์คริปโต (Cryptoeconomic System)

เครือข่ายคริปโตของ Polkadot ได้เปิดตัวขึ้นในปี 2018 โดยมีการออกโทเคน DOT ที่มีจำนวนอุปทานทั้งหมด 10 ล้านโทเคน และต่อมาในปี 2020 อุปทานเริ่มต้นก็ได้รับการกำหนดใหม่ผ่านการโหวตของชุมชน ซึ่งเพิ่มอุปทานหมุนเวียนทั้งหมดกว่า 100 เท่าจากเดิม หมายความว่าในปัจจุบันมีโทเคน DOT มากกว่า 1 พันล้านโทเคนด้วยกัน ซึ่งมันได้รับการจัดสรรในลักษณะดังต่อไปนี้:

  • 50% จัดสรรให้สำหรับนักลงทุนเริ่มต้นในระหว่างโครงการระดมทุน ICO ในปี 2017
  • 30% จัดสรรให้สำหรับมูลนิธิ Web3* ในการใช้งานในปัจจุบันและในระยะสั้น เพื่อดำเนินการพัฒนาระบบนิเวศของ Polkadot และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
  • 11.6% จัดสรรให้กับนักลงทุน Private Sale ในปี 2019 ของโครงการ Polkadot
  • 3.4% จัดสรรให้สำหรับนักลงทุนที่เข้าร่วมในการขายโทเคนในปี 2020

*Web3 หรือ Web 3.0 คือโครงการพัฒนาเว็บไซต์ที่สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
หาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น และเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

ระบบนิเวศของ Polkadot ได้ใช้ประโยชน์จากโซลูชันของระบบเศรษฐศาสตร์คริปโตที่กว้างขวางและซับซ้อน ซึ่งอ้างอิงด้วยโทเคน DOT ที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลดั้งเดิมประจำเครือข่าย Polkadot โดยโทเคน DOT ดังกล่าวนี้ใช้เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับเครือข่าย Polkadot Blockchain ที่จะเป็นการเอื้ออำนวยให้กับระบบนิเวศในหลากหลายวิธี โดยหน้าที่หลักของโทเคน DOT มีดังนี้:

  • เศรษฐศาสตร์ (Economic): DOT สามารถสร้างขึ้นหรือเผา เพื่อเป็นรางวัลแก่โหนดที่ทำงานบนอัลกอริธึมและโปรโตคอลบนเครือข่าย อีกทั้ง DOT ยังสามารถใช้เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับคลังของระบบนิเวศ รวมไปถึงเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อของตัวมันเองได้อีกด้วย
  • การกำกับดูแล (Governance): ผู้ถือโทเคน DOT สามารถช่วยรักษาความสมบูรณ์ของกระบวนการตัดสินใจแบบ On-Chain ของโปรโตคอล Polkadot ผ่าน Relay Chain หลักของเครือข่ายได้อีกด้วย ซึ่งมันมีหน้าที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของเครือข่าย ข้อตกลง และการทำงานร่วมกันข้าม Chain ด้วยเช่นเดียวกัน
  • การเดิมพัน (Staking): การใช้โทเคน DOT เป็นหลักประกันช่วยให้เครือข่ายทำงานได้ตามการออกแบบที่วางเอาไว้ และช่วยให้ผู้ตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกได้รับรางวัลสำหรับการรักษาความปลอดภัย และเสริมความเป็นประชาธิปไตยบนเครือข่ายได้อีกด้วย
  • การมอบหมายงานผ่านข้อผูกมัด (Parachain Allocation via Bonding): โทเคน DOT ยังใช้ในกลไกที่เปรียบเสมือนการเช่า เพื่อตัดสินใจว่า Parachains ใดจะได้รับสล็อตทีเข้ากันกับ Relay Chain โดยตรง ซึ่งกระบวนการนี้จะถูกดำเนินการผ่านการประมูล การฝากเงิน และการเดิมพัน (Staking)
  • บทลงโทษ (Slashing): โทเคน DOT มีบทบาทสำคัญในการลงโทษผู้ตรวจสอบและผู้เสนอชื่อบนเครือข่าย Polkadot ที่กระทำการมุ่งร้ายโดยการโจมตีโหนดอื่น หรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้

Polkadot: โครงสร้างหลักของการกำกับดูแล

ระบบการกำกับดูแลของ Polkadot ประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลักหลายประการด้วยกัน ได้แก่:

สภา (Council): สมาชิกในสภา Polkadot นั้นมีบทบาทสำคัญในทิศทางโดยรวมของระบบนิเวศ ที่ขับเคลื่อนโดยผู้ถือโทเคน DOT ทุกคนที่จะมีความสามารถในการพิจารณาบทบาทของสภา แต่อย่างไรก็ตามสมาชิกสภาสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียง 30 วันเท่านั้น หมายความว่าจะไม่มีสมาชิกสภาคนใดที่ควบคุมเครือข่ายมากเกินไป โดยสมาชิกจะมีหน้าที่หลักคือรับผิดชอบในการสร้างข้อเสนอ ซึ่งจะมีการลงประชามติเพื่อพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงที่เสนอนั้น เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของโครงการหรือไม่ โดยในขั้นต้นสภาจะเปิดตัวด้วยจำนวน 13 ที่นั่ง แต่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 23 ที่นั่ง และข้อเสนอของสภาต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า นอกจากนี้เครือข่าย Polkadot ได้ใช้ประโยชน์จากวิธีที่เรียกว่า “Adaptive Quorum Bias” เพื่อเพิ่มข้อจำกัดสำหรับการบรรลุผลสูงสุดของข้อเสนอ โดยวิธีการ Adaptive Quorum Bias นั้นเป็นกลไกการลงประชามติแบบที่เสียงส่วนมากสามารถเปลี่ยนแปลงอำนาจสูงสุดเมื่อจำเป็นได้

คณะกรรมการด้านเทคนิค (Technical Committee): เป็นทีมที่ออกแบบและสร้างเครือข่าย Polkadot ที่จะรับผิดชอบในการบรรเทาปัญหาและตรวจจับข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ รวมไปถึงข้อผิดพลาดอื่น ๆ ทั่วทั้งเครือข่าย นอกจากนี้คณะกรรมการด้านเทคนิคยังจัดการกับข้อเสนอใดก็ตามที่มีจุดประสงค์แอบแฝง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงคะแนนที่ผิดจรรยาบรรณโดยผู้ไม่ประสงค์ดี อีกทั้งยังมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามเพื่ออัปเกรดแบบฉุกเฉินบนเครือข่าย Blockchain อย่างรวดเร็วเมื่อมีปัญหาด้านการกำกับดูแล หรือความปลอดภัยที่ร้ายแรงอีกด้วย

ผู้ถือครองโทเคน DOT: มีหน้าที่ลงคะแนนเสียงในประชามติ เพื่อเลือกสมาชิกสภาผ่านกระบวนการเลือกตั้งเฉพาะทาง อีกทั้งยังสามารถยื่นข้อเสนอด้านการกำกับดูแลได้อีกด้วย แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือโทเคน DOT รายอื่น ๆ และเพื่อการลดสแปมนั้นทาง Polkadot ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่ถือโทเคน DOT จะต้องทำการเดิมพันหรือ Staking โทเคนก่อนจะมีสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอใด ๆ ต่อเครือข่าย

ระบบคลัง (Treasury System): ระบบคลังของ Polkadot ได้รับการจัดการโดยสภา ที่ประกอบไปด้วยบัญชีขนาดใหญ่ของ DOT ที่สะสมไว้ด้วยสองวิธีหลักคือ จากการเพิ่มค่าธรรมเนียมและได้รับผ่านเครือข่าย Slashing ที่เป็นการลงโทษโหนดตรวจสอบและผู้เสนอชื่อสำหรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อเครือข่าย ซึ่งระบบคลังได้ถูกจัดสรรไว้เพื่อการดำเนินการข้อเสนอให้เป็นไปอย่างดีที่สุด เช่น ใช้จ่ายให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และใช้เพื่อเป็นแรงจูงใจของชุมชน นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรให้กับ Web3 เพื่อเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม Hackathon* และสำหรับการซื้อขาย DOT ผ่านตลาดแลกเปลี่ยนรองหรือ Exchange ต่าง ๆ อีกด้วย

*Hackathon เป็นการรวมคำกันระหว่าง Hack และ Marathon
หมายถึง การสร้างนวัตกรรมแบบเร่งด่วน

“มูลค่ารวมตามราคาตลาดอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท จัดอยู่ในอันดับที่ 8 จากคริปโตทั้งหมด”

Polkadot: กลไกการทำงานของการกำกับดูแล

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Polkadot ได้ใช้ประโยชน์จากกลไกการลงประชามติแบบ On-Chain ในหลากหลายวิธี ที่รวมไปถึงระบบการลงประมติแบบถ่วงน้ำหนัก (Stake-Weighted) และระบบการลงประชามติแบบเสียงส่วนมากสามารถเปลี่ยนแปลงอำนาจสูงสุดได้ (Adaptive Quorum Bias) โดยการลงประชามติสาธารณะสามารถเริ่มต้นผ่านหลายวิธี ดังนี้:

  • ผ่านข้อเสนอที่ได้นำเสนอจากการลงประชามติครั้งก่อน
  • ผ่านข้อเสนอที่ยื่นต่อสาธารณะ
  • ผ่านข้อเสนอที่เสนอโดยสภาที่มาจากการเลือกตั้ง
  • ผ่านข้อเสนอฉุกเฉินที่เสนอโดยคณะกรรมการด้านเทคนิค และเป็นที่ยอมรับโดยสภา

ข้อเสนอของเครือข่ายทั้งหมดทั้งที่เปิดเผยโดยสาธารณชนและโดยสภานั้น ต่างก็ต้องผ่านการลงประชามติทั้งสิ้น เพื่อให้ผู้ถือครองโทเคน DOT ได้ตัดสินใจเป็นขั้นตอนสุดท้ายว่าจะอนุมัติหรือปฏิเสธข้อเสนอ โดยทุก ๆ 30 วันนั้นระบบการกำกับดูแลของ Polkadot จะทำการเลือกข้อเสนอถัดไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะได้รับการลงประชามติเป็นขั้นตอนสุดท้าย และข้อเสนอที่ทำการเลือกนั้นจะสลับกันไประหว่างข้อเสนอจากทางสภากับข้อเสนอจากสาธารณะเพื่อให้เกิดความสมดุลต่อกลไกการทำงาน นอกจากนี้ข้อเสนอที่รอคิวเพื่อเข้าขั้นตอนการลงประชามติจะมีปริมาณสูงสุดได้แค่ 100 รายการเท่านั้น

รูปแบบการกำกับดูแลของ Polkadot นั้นทั้งล้ำสมัยและมีความซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากโทเคน DOT อย่างแท้จริง เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ด้วยระบบนี้จึงทำให้ผู้ถือโทเคน DOT ถือเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ Polkadot ที่ทำให้โปรโตคอลได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่ทำให้เกิด Web3 โดยผู้ใช้ที่เป็นผู้ควบคุมไม่ใช่บริษัท นอกจากนี้วิสัยทัศน์ที่ Polkadot ได้นำเสนอคือ “Blockchain of blockchain” หมายถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายมากมายของอุตสาหกรรม Blockchain ที่เกิดขึ้นใหม่ ในขณะที่ยังคงรักษารูปแบบการกำกับดูแลที่เท่าเทียมกัน รวมไปถึงมันยังคงเติบโตในฐานะที่เป็นเสาหลักสำคัญของระบบริเวศของคริปโตอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเป็นเจ้าของโทเคน DOT นั้นสามารถซื้อขายเพื่อเก็งกำไรในตลาดแลกเปลี่ยนทั่วไปได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น Bitkub, Binance, Kraken, Bitfinex และ FTX เป็นต้น

อุปทานหมุนเวียนขณะนี้อยู่ที่ 9.8 พันล้านโทเคน จากอุปทานทั้งหมด 1 หมื่นล้านโทเคน

ประเภทของประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 2+

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 3+

เพิ่มเติม

พ.ร.บ.รถยนต์

เพื่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

วิธีคำนวนเบี้ยประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

ทำอย่างไรให้ได้เบี้ยประกันลดลง

เพิ่มเติม

ประกันที่เหมาะกับมือใหม่

เพิ่มเติม

หลังเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรทำอย่างไร

เพิ่มเติม

เมาแล้วขับ

เพิ่มเติม

ไม่เคลม รับส่วนลดเบี้ยประกัน

เพิ่มเติม

รถมีประกันหรือเปล่า

เพิ่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

เพิ่มเติม

ประกันรถยนต์ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

เพิ่มเติม

อยากมีรถเก่าคลาสสิค ต้องรู้อะไรบ้าง

เพิ่มเติม

ประกันกลุ่มรถยนต์

เพิ่มเติม

การเคลมความเสียหายจากรถตกหลุมบ่อ

เพิ่มเติม