Connect with us

Stablecoin คริปโตเคอเรนซีที่มีมูลค่าคงที่

คริปโตเคอเรนซีที่ผูกมูลค่าตัวเองไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง

Stablecoin คืออะไร?

Stablecoin หรือเหรียญมั่นคง ถือเป็นคลาสใหม่ของคริปโตเคอเรนซีที่มีความพยายามที่จะนำเสนอความเสถียรภาพด้านราคาและการสนับสนุนจากสินทรัพย์สำรอง โดยการนำเสนอไอเดีย Stablecoin ผู้ที่นำเสนอกลับได้รับแรงทัดทานกลับมาทั้งที่เป็นการนำเสนอที่ดีที่สุดสำหรับระบบการเงินทั้งสองโลก (Fiat Currency & Cryptocurrency) ซึ่งเป็นไอเดียที่เป็นการนำเอาจุดเด่นของการเงินทั้งสองโลกมาผนวกเข้าด้วยกัน คือการประมวลผลทันทีและการรักษาความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของการชำระเงินในระบบการเงินคริปโตเคอเรนซี ร่วมกับการประเมินมูลค่าของสกุลเงินดั้งเดิม (Fiat Currency) ที่มีเสถียรภาพปราศจากความผันผวนของราคาเอาไว้ด้วยกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า “Stablecoin”

จุดเด่น

  • เป็นคริปโตเคอเรนซีประเภทหนึ่งที่พยายามผูกมูลค่าตลาดของตนเองไว้กับการอ้างอิงมูลค่าของสินทรัพย์ภายนอก
  • มักถูกตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินดั้งเดิม เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เป็นต้น
  • บรรลุความมั่นคงด้านราคาผ่านหลักประกันสำรอง หรือผ่านกลไกอัลกอริธึมในการซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงหรือที่เรียกว่า “อนุพันธ์ (Derivative)”

ทำความเข้าใจกับ Stablecoin

ถึงแม้ว่า Bitcoin ยังคงเป็นคริปโตเคอเรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนสูงในการประเมินมูลค่า ตัวอย่างเช่น ราคาที่เพิ่มระดับจาก $12,000 ของกลางเดือนธันวาคม ปี 2020 ไปสู่ราคา $42,000 ในช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 2021 และในช่วงกลางเดือนเมษายน ปี 2021 ราคาสูงสุดของ Bitcoin อยู่ที่ $64,000 แต่กลับลดลงเหลือ $28,000 ในช่วงเวลาสองเดือนต่อมา และแม้แต่การแกว่งของราคาในระหว่างวันก็ถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากที่จะเห็นคริปโตเคอเรนซีเคลื่อนไหวเกิน 10% ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือบางครั้งก็เพียงแค่หลักนาทีเท่านั้น

ซึ่งความผันผวนในระยะสั้นประเภทนี้ทำให้ Bitcoin และคริปโตเคอเรนซียอดนิยมอื่น ๆ อาจไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของสาธารณชนเท่าใดนัก โดยพื้นฐานแล้วสกุลเงินที่ดีควรทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตราและควรมีการจัดเก็บมูลค่าที่มีความคงที่ให้มากที่สุด ซึ่งมูลค่าของสกุลเงินก็ควรจะมีความคงที่เป็นช่วงเวลายาวนานด้วยเช่นกัน

โดยตามหลักการแล้วคริปโตเคอเรนซีจะทำการรักษากำลังซื้อหรืออุปสงค์เอาไว้ และควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้ผู้คนส่วนมากจะเน้นการถือครองไว้เป็นหลัก เนื่องจากผู้คนมีความกังวลในเรื่องของปริมาณอุปทานหมุนเวียนที่มีจำนวนจำกัดในหลาย ๆ สกุลเงิน ซึ่งการจะทำให้ผู้คนหันมาใช้คริปโตเคอเรนซีในรูปแบบเดียวกับสกุลเงินดั้งเดิมนั้น จำนวนของคริปโตเคอเรนซีควรจะต้องมีปริมาณเพียงพอที่จะส่งเสริมการใช้งานไปกับการซื้อขายหรือใช้จ่ายแทนการออมหรือถือครองไว้กับตัว โดยหลักการของ Stablecoin สามารถตอบสนองต่อความกังวลในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

เพราะเหตุใด Stablecoin ถึงมีเสถียรภาพด้านราคา?

มี 2 เหตุผลหลักด้วยกัน สำหรับเสถียรภาพด้านราคาของสกุลเงินดั้งเดิม คือการมีเงินสำรองที่ Back-up ไว้ และการดำเนินการของตลาดในเวลาที่เหมาะสมผ่านการควบคุมโดยหน่วยงานกลาง เช่น ธนาคารกลาง เป็นต้น ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหลักประกันการประเมินมูลค่าของเหล่าสกุลเงินให้ปราศจากความผันผวนได้
แม้ในบางกรณี ที่หากการประเมินมูลค่าของสกุลเงินดั้งเดิมนั้นเกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรงขึ้น หน่วยงานกลางที่ควบคุมก็จะเข้ามาจัดการอุปสงค์และอุปทานของสกุลเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาในทันที ซึ่งคริปโตเคอเรนซีจำนวนมากนั้นขาดคุณสมบัติหลักทั้ง 2 ข้อนี้ คือไม่มีเงินสำรองในการประเมินมูลค่า และไม่มีอำนาจกลางในการควบคุมราคาเมื่อมีเหตุจำเป็น
Stablecoin พยายามเข้ามาเชื่อมช่องว่างระหว่างสกุลเงินดั้งเดิม และคริปโตเคอเรนซีข้าด้วยกัน ซึ่งจะมี Stablecoin 3 ประเภทที่แตกต่างกันในเรื่องของกลไกการทำงาน ดังนี้

Fiat-Collateralized Stablecoin
เป็น Stablecoin ที่มีการค้ำประกันโดยสกุลเงินดั้งเดิม (Fiat Currency) เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ไว้เป็นหลักประกันในการออกคริปโตเคอเรนซีเป็นจำนวนที่เหมาะสม โดยยังมีหลักประกันประเภทอื่น ๆ อีกอาจรวมถึงโลหะมีค่า เช่น ทองคำหรือเงิน ซึ่งมีคริปโตเคอเรนซีที่ใช้มันเป็นหลักประกันสำรองเช่นกัน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน เป็นต้น แต่เหรียญ Stablecoin ที่มีหลักประกันโดยสกุลเงินดั้งเดิมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะใช้เงินสำรองในสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก
ซึ่งเงินสำรองดังกล่าวได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลอิสระเท่านั้น และจะได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่จำเป็น เช่น ความโปร่งใสและการคงเสถียรภาพทางราคาเอาไว้ เป็นต้น โดย Stablecoin ประเภทนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบันและใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น Tether (USDT) และ TrueUSD เป็นต้น ซึ่งทั้งสองสกุลนี้มีมูลค่าเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยการผูกตรึงมูลค่าโดยตรง และสำรองเงินหลักประกันในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐไว้ด้วยเช่นกัน

Crypto-Collateralized Stablecoin
“Stablecoin ที่มีหลักประกันส่วนเกิน” เป็นการค้ำประกันด้วยเงินสำรองจากมูลค่าของคริปโตเคอเรนซีที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งหากคริปโตเคอเรนซีดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะเกิดการผันผวนที่สูงขึ้น ก็อาจทำให้ Stablecoin สกุลดังกล่าวมีมูลค่าของเงินสำรองที่มากจนเกินไป หมายความว่าเมื่อมูลค่าของเงินสำรองที่เป็นหลักประกันมีจำนวนที่เกินออกมานั้น ก็จะถูกเก็บไว้เป็นเงินสำรองอีกทอดหนึ่งสำหรับการออกเหรียญ Stablecoin ที่มีเสถียรภาพน้อยกว่าต่อไปในอนาคตได้
ตัวอย่างเช่น ETH ที่มีมูลค่า $2,000 ได้ถูกเก็บไว้เป็นทุนสำรองสำหรับการออกเหรียญ Stablecoin สกุลหนึ่งที่มีมูลค่าโดยรวม $1,000 ซึ่งนั่นหมายความว่าได้มีการรองรับความผันผวนของสกุลเงินสำรอง ETH มากถึง 50% โดยหากมีการตรวจสอบและติดตามที่บ่อยครั้งขึ้นจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของราคาได้อีกด้วย และอีกตัวอย่างคือเหรียญ DAI ของบริษัทผู้สร้างที่ชื่อ MakerDAO ได้ผูกตรึงมูลค่าเหรียญไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ใช้มูลค่าของคริปโตเคอเรนซีเป็นเงินสำรองหลักประกัน เป็นต้น

Non-Collateralized (algorithmic) Stablecoin
เป็น Stablecoin ที่ไม่มีหลักประกันและไม่ได้ใช้เงินสำรองใด ๆ แต่ใช้กลไกการทำงานเช่นเดียวกับธนาคารกลาง เพื่อรักษาราคาให้คงที่ ตัวอย่างเช่น Basecoin ที่ตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้กลไกของอัลกอริธึมเพื่อเพิ่มหรือลดอุปทานของเหรียญนี้ตามความจำเป็น เป็นต้น
โดยกลไกการทำงานดังกล่าว จะคล้ายคลึงกับการควบคุมจำนวนการพิมพ์ธนบัตรของธนาคารกลางเพื่อรักษามูลค่าของสกุลเงินดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่ง Stablecoin ประเภทนี้สามารถสร้างได้โดยการใช้โปรโตคอล Smart Contract บนแพลตฟอร์มการกระจายศูนย์อำนาจ หรือ DEX ที่สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องการการพึ่งพาคนหมู่มากในการสร้างเหรียญได้อีกด้วย

“Stablecoin เชื่อมโยงจุดเด่นของสกุลเงินทั้งสองโลกไว้ด้วยกัน”

Stablecoin ยอดนิยมในตลาดคริปโต

ในขณะที่ Bitcoin เป็นคริปโตเคอเรนซีที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่ารวมของตลาด (มูลค่าต่อหน่วยคูณด้วยอุปทานหมุนเวียนในระบบ) ดังนั้น Tether (USDT) ก็ถือเป็นคริปโตเคอเรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฐานะ Stablecoin เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีสกุลอื่น ๆ อีกหลายสกุลด้วยกัน ซึ่งแต่ละสกุลก็จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันไป ดังนี้

Tether (USDT)
เป็น Stablecoin ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด โดยมีปริมาณการซื้อขายสูงสุด และมูลค่าของสกุลนี้ถูกตรึงไว้ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยอัตราส่วน 1 : 1 ซึ่งอยู่ในความดูแลของ Tether Ltd. ในเรื่องของเงินทุนสำรอง

USD Coin (USDC)
เป็นคริปโตเคอเรนซีที่มีแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากนี้ USDC ถูกสร้างขึ้นโดยโปรโตคอลของ Ethereum หรือระบบ ERC-20 โดยได้รับการสนับสนุนจากสองบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจในโลกการเงินดิจิทัล คือ Circle และ Coinbase ซึ่งมีการ Back-up ไว้ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1 : 1 เช่นกัน

PAXOS
เป็น Stablecoin ที่ได้รับการ Back-up จากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน และถูกควบคุมโดยหน่วยงานที่ชื่อว่า New York State Department of Financial Services (NYDFS) ซึ่ง PAXOS ก็ถูกสร้างขึ้นบนโปรโตคอล ERC-20 เช่นเดียวกับ Stablecoin ส่วนใหญ่ แต่การทำงานนั้นจะอยู่บนแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์อำนาจ (DEX) เป็นหลัก

TrueUSD
เป็น Stablecoin ที่ได้รับการ Back-up จากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1 : 1 โดยบริษัทที่ดูแลเรื่องเงินทุนสำรองและการทำงาน คือ TrustToken และถือว่าสกุลดิจิทัลตัวนี้เป็น Stablecoin ตัวแรกที่ถูกควบคุมการทำงานโดยตรง ซึ่งจะเน้นหลักการทำงานไปที่การตรวจสอบความโปร่งใสเป็นหลัก

MakerDAO (DAI)
ถือเป็นอีก Stablecoin ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน โดยมีอัตราส่วนต่อดอลลาร์สหรัฐคือ 1 : 1 และถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองข้อขัดแย้งในเรื่องการทำงานของ Tether (USDT) ซึ่ง DAI มีข้อแตกต่างไปจาก Stablecoin ทั่วไปคือมันจะถูกควบคุมการใช้งานโดยระบบ Smart Contract จากผู้ที่ถือคริปโตเคอเรนซีที่ชื่อว่า MKR อีกทีหนึ่ง และบริษัท MakerDAO จะมีหน้าที่ควบคุมปริมาณเหรียญ DAI ไม่ให้มีมากเกินไปจนเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นได้

Stablecoin มอบประสบการณ์การใช้จ่ายที่เหมือนการใช้สกุลเงินดั้งเดิม

ประเภทของประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 2+

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 3+

เพิ่มเติม

พ.ร.บ.รถยนต์

เพื่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

วิธีคำนวนเบี้ยประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

ทำอย่างไรให้ได้เบี้ยประกันลดลง

เพิ่มเติม

ประกันที่เหมาะกับมือใหม่

เพิ่มเติม

หลังเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรทำอย่างไร

เพิ่มเติม

เมาแล้วขับ

เพิ่มเติม

ไม่เคลม รับส่วนลดเบี้ยประกัน

เพิ่มเติม

รถมีประกันหรือเปล่า

เพิ่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

เพิ่มเติม

ประกันรถยนต์สำหรับนักเรียนนักศึกษา

เพิ่มเติม

วิธีการเคลมประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

ความคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลของประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

รถฉันมีประกันไหม

เพิ่มเติม