Connect with us

(รีวิว) Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชั้นนำระดับโลก

แพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามปริมาณการซื้อขาย

ทำความรู้จักกับ Binance

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

คลิกที่นี่ เพื่อรับเงินคืน 5% ของค่าคอมมิชชั่น

หนึ่งในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีฟังก์ชันให้เลือกใช้งานค่อนข้างหลากหลาย อีกทั้งยังมีจำนวนคริปโตหลากหลายสกุล และอัตราค่าธรรมเนียมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตเจ้าอื่น นอกจากนี้ทางแพลตฟอร์มยังได้มีการเปิดตัวระบบนิเวศ Blockchain ของตนเองที่ใช้ชื่อว่า “Binance Smart Chain (BSC)” อีกด้วย โดยมีจุดประสงค์ที่สำคัญในการเชื่อมต่อสายโซ่ระหว่าง Binance Chain สายเดิมเข้าด้วยกัน รวมไปถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของโทเคน BNB และการเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนาเข้ามาร่วมสร้างแอพพลิเคชัน Dapps หรือโครงการ DeFi ได้อีกด้วย

ข้อมูลบริษัท ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2560 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ผู้ก่อตั้ง Changpeng Zhao
รูปแบบแพลตฟอร์ม Website: www.binance.com/th Application: Binance รองรับระบบ Android และ iOS (Download: Android / iOS)
ความสะดวกในการใช้งาน Website: ระดับปานกลาง Application: ระดับง่าย
ระยะเวลายืนยันการเป็นสมาชิก 1 วัน
สกุลเงินที่รองรับ AED, ARS, AUD, BRL, CAD, CHF, CZK, DKK, EUR, GBP, GHS, HKD, HUF, INR, JPY, KES, KZT, MXN, NGN, NOK, NZD, PEN, PLN, RUB, SEK, TRY, UAH, UGX, USD, VND, ZAR และอื่น ๆ
ช่องทางการชำระเงิน สามารถโอนเงินผ่านธนาคารระหว่างประเทศ หรือชำระผ่าน Credit Card, Debit Card และ SWIFT
ค่าธรรมเนียมต่างๆ
  • การฝากเงิน: ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • การซื้อขาย: 0.1% ต่อหนึ่งรายการซื้อขาย
  • การถอนคริปโต: ขึ้นอยู่กับประเภทเหรียญ ดูที่นี่
  • การถอนเงินบาท: ไม่รองรับเงินบาทโดยตรง
จำนวนคริปโตที่รองรับ 386 สกุล (อ้างอิงข้อมูล CoinMarketcap.com วันที่ 20/9/2564)

 

จุดเด่น

  • เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีการซื้อขายเร็วที่สุดในโลก
  • Trust Wallet เป็นกระเป๋าเงินทางการของแพลตฟอร์มที่จะช่วยรับ ส่ง และจัดเก็บคริปโตของคุณอย่างปลอดภัย
  • Binance Chain เป็นระบบซอฟต์แวร์บล็อกเชนที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนจากทั่วทุกมุมโลก

Binance ทำงานอย่างไร?

Binance เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการการลงทุนเพื่อสร้าง Passive Income หลากหลายประเภท และในแต่ละประเภทก็มีผลิตภัณฑ์แยกย่อยออกไปอีก ซึ่งถือได้ว่าแค่แพลตฟอร์มเดียวก็ครอบคลุมการลงทุนเกือบจะทุกรูปแบบที่มีในวงการคริปโตก็ว่าได้ และแน่นอนว่าไม่ต้องพูดถึงความสะดวกในการใช้งานเลยหากทางแพลตฟอร์มได้รวบรวมทุกอย่างมาไว้บน Binance แล้ว โดยจะทำการอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

นอกจากนี้ทางแพลตฟอร์มยังมีคริปโตประจำเครือข่าย หรือที่เรียกว่า Native Token มีชื่อเรียกว่า “Binance Coin (BNB)” ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกในฐานะ #Utility Token นอกจากเรื่องสิทธิพิเศษที่จะได้รับบน Binance ผ่านการถือครอง BNB แล้วนั้น (ตรวจสอบสิทธิพิเศษได้ ที่นี่) ความพิเศษของ BNB คือระบบการทำงานของมัน โดยจะมีการเผาทำลายจำนวนโทเคนนี้ทุก ๆ ไตรมาสเพื่อลดอุปทานในตลาด และในขณะเดียวกันก็จะส่งผลให้โทเคน BNB มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นไปอีก โดยทาง Binance ได้ทำการเผา BNB ไปแล้วถึง 16 ครั้ง

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์ม Binance ไม่ได้มีเพียงแค่บริการทางการเงินแบบรวมศูนย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทาง Binance ได้มีการเปิดตัว “Binance Smart Chain” ที่ได้รับการพัฒนาในเรื่องของคุณสมบัติที่จะสามารถสร้าง Smart Contract ที่นำไปสู่การสร้าง DeFi Protocol จากนักพัฒนาภายนอกอีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับความสามารถของเครือข่าย Ethereum ที่เปรียบเสมือนเป็นเครือข่ายหลักในการสร้าง DeFi Protocol ในปัจจุบัน แต่ด้วยอุปสรรคเรื่องความล่าช้าในการประมวลผลเนื่องจากความแออัดของเครือข่าย รวมไปถึงค่าธรรมเนียม (Gas Fee) ที่มีปริมาณสูงขึ้นทุกวัน จึงส่งผลให้นักพัฒนาต้องมองหาทางเลือกใหม่

ดังนั้นการเปิดตัว Binance Smart Chain หรือ BSC นั้นถือเป็นช่องทางใหม่ให้กับนักพัฒนาที่จะเข้ามาร่วมกับเครือข่าย Binance อีกทั้งยังได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโปรโตคอลจากเครือข่าย Ethereum อีกด้วย หมายความว่าเป็นการเชื่อมต่อระหว่างสองเครือข่ายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการบน Binance

1. Trade

Convert & OTC Portal เป็นฟังก์ชันที่เปรียบเสมือนการขอใบเสนอราคา ซึ่งหลักการจะเป็นการแปลงคริปโตสกุลหนึ่ง ไปยังอีกสกุลหนึ่งได้ทันที โดยรองรับคริปโตกว่า 40 สกุล

Binance review | ข่าวโดย Tadoo
Classic เป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบเหมือนการเทรดทั่วไป โดยใช้การวิเคราะห์แนวโน้มราคาในตลาด และสร้างรายการคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตนเองในรูปแบบ Spot

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Advance มีรูปแบบการใช้งานคล้ายคลึงกับแบบ Classic แต่ในฟังก์ชันนี้เป็นการเทรดขั้นสูงที่คุณจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือการเทรดได้ทั้งหมด (เหมาะสำหรับผู้มีประสบการณ์)

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Margin เป็นฟังก์ชันที่จะสามารถเพิ่มกำไรด้วยการ Leverage โดยจะใช้มุมมองซื้อขายเดียวกันกับแบบ Classic แต่จะสร้างคำสั่งซื้อขายแบบ Cross 3x ซึ่งจะมีโหมดให้เลือกคือ โอนหลักประกัน, ยืม/เทรด และชำระคืน/เทรด

Binance review | ข่าวโดย Tadoo
P2P Wallet เป็นตลาดแลกเปลี่ยนแบบ Peer-To-Peer (หรือ P2P) เป็นตลาดที่คุณสามารถเทรดคริปโตระหว่างกันได้โดยตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเองในเกือบทุกประเทศ โดยสามารถโอนเงินผ่านธนาคารและอีกกว่า 100 ทางเลือก โดยคนไทยนิยมใช้ฟังก์ชันนี้ในการแลกเงินบาทเป็น USDT เพื่อเข้าเทรดใน Binance เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อถัดไปเรื่องการฝากและถอนเงิน

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

 

Stock Token การเทรดหุ้นผ่านโทเคน โดยโทเคนนี้จะอยู่ในรูปแบบของโทเคนอนุพันธ์ หรือโทเคนอ้างอิงมูลค่าจากมูลค่าจริงในตลาดหุ้น ซึ่งถือว่าเป็น Non-Fungible Token (NFT) อีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้คุณสามารถเทรดหุ้นผ่านคริปโตได้

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

 

2. Finance

Binance Earnings เป็นระบบการเงินแบบครบวงจรบน Binance ที่คุณสามารถสร้าง Passive Income ให้กับคริปโตที่อยู่ในครอบครอง โดยจะมีทางเลือกหลายรูปแบบด้วยกัน และจะมีผลตอบแทนแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน ดังนี้

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Binance Pool เป็นฟังก์ชันทางเลือกให้กับนักขุดคริปโตที่ต้องการรับผลตอบแทนในรูปแบบของ Proof of Work (PoW) ซึ่งมีความปลอดภัยและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยทาง Binance จะมีอัลกอริธึมที่เปิดให้บริการขุดด้วยกัน 2 อัลกอริธึม ได้แก่ SHA256 และ Ethash

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Binance Loan เป็นฟังก์ชันให้กู้ยืมเงินสำหรับการเทรด Spot / Margin / Futures หรือสำหรับการ Staking เพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยมีคริปโตที่สามารถกู้ยืมได้มากกว่า 40 สกุล

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Liquid Swap หรือการ DeFi เป็นฟังก์ชันที่เปิดให้คุณสามารถเข้าไปฝากคริปโตสกุลต่าง ๆ ไว้ใน Pool จากนั้นในแต่ละ Pool ก็จะนำคริปโตของคุณไปเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการซื้อขายแบบอัตโนมัติ หรือ AMM ที่จะทำการกำหนดราคาให้แทนการสร้างคำสั่งซื้อขายทั่วไป โดยคุณจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามา Swap หรือนำคริปโตมาแลกเปลี่ยนใน Pool โดยหากพูดถึงหลักการทำงานของฟังก์ชันนี้ก็จะมีรูปแบบคล้ายกับ DEX หรือแพลตฟอร์ม DeFi ไร้ศูนย์กลาง ซึ่งใน Binance สามารถทำการ Swap ได้มากกว่า 60 Pool

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

Card เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปแบบของบัตรเดบิตคริปโต (Debit Crypto Card) ซึ่งออกโดย Visa ส่วนเรื่องของหลักการทำงานก็จะเป็นการแปลงคริปโตของคุณเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อทำการใช้จ่าย โดยสกุลเงินในบัตรจะเป็นดอลลาร์สหรัฐ และคริปโตที่รองรับคือ BTC และ BNB โดย Binance ระบุว่าสกุลเงินท้องถิ่นอื่น ๆ จะตามมาในอนาคต

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

 

3. Binance Futures
เป็นตลาดซื้อขายคริปโตในรูปแบบสัญญาล่วงหน้า โดยอ้างอิงราคาคริปโตในตลาด ซึ่งจะมีสัญญา 2 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

  • สัญญาประเภท Long: เป็นการทำกำไรจากราคาคริปโตที่มีมูลค่าสูงขึ้น
  • สัญญาประเภท Short: เป็นการทำกำไรจากราคาคริปโตที่มีมูลค่าลดลง

สัญญาทั้ง 2 ประเภทจะขึ้นอยู่กับการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาคริปโตของตัวคุณเอง นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มค่า Leverage ของสัญญาได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มอัตราของผลตอบแทนให้มีมูลค่าทวีคูณขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงต้องระวังหากราคามีการสวนทางกับประเภทสัญญาที่คุณเลือก หากเป็นเช่นนั้นคุณก็จะขาดทุนเป็นมูลค่ามหาศาลเช่นกันจากการโดน Liquidation หรือการชำระบัญชี เนื่องจากเลือกปรับค่า Leverage สูงจนเกินไป

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

 

4. NFT Market
NFT หรือ Non-Fungible Token เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ โดยถือเป็นคริปโตอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะไม่สามารถทดแทนหรือแลกเปลี่ยนกันได้เหมือนการแลกเปลี่ยนคริปโตในตลาด ซึ่ง NFT จะอยู่ในรูปแบบของ งานศิลปะ, คลิปวิดีโอ, สัตว์เลี้ยงเสมือนจริง, อสังหาริมทรัพย์เสมือนจริง หรือของสะสมใด ๆ ก็ตามที่เป็นรูปแบบของงานดิจิทัล

Binance มีผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้บริการเป็นคอมมูนิตี้สำหรับการซื้อขาย NFT โดยเฉพาะ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการศิลปะ และการซื้อขายเหล่าผลงาน NFT ต่าง ๆ ก็จะใช้คริปโตในการแลกเปลี่ยนนั่นเอง โดยในแต่ละผลงานนั้นเจ้าของผลงานก็จะระบุชัดเจนว่าต้องการขายด้วยคริปโตสกุลใด (มีแค่ BUSD, BNB และ ETH เท่านั้น) และเป็นมูลค่าเท่าไหร่ สามารถดูเพิ่มเติมได้ ที่นี

“ปริมาณซื้อขายต่อวันเฉลี่ย 6 แสนล้านบาท สามารถทำธุรกรรมได้ 1.4 ล้านธุรกรรมต่อวินาที”

การฝากและถอนเงินบน Binance

การฝาก

Binance ยังไม่รองรับสกุลเงินบาทในการฝากเข้าโดยตรง แต่คุณสามารถใช้วิธีการฝากเป็นคริปโตหรือสกุลเงินอื่นที่ทาง Binance รองรับ โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการฝากเงินผ่านบัญชีธนาคารของคุณ (ชื่อเดียวกับบัญชี Binance) เข้ามาในการซื้อคริปโตสกุล USDT ผ่านการเทรดใน P2P Wallet จากนั้นจึงค่อยนำเงินออกไปยัง Spot Wallet เพื่อทำการเทรดในรูปแบบอื่น ๆ ได้

จากรูปจะเห็นว่ามีหลากหลายคู่ค้าให้ทำการเลือกซื้อ USDT ซึ่งคุณสามารถพิจารณาได้ด้วยตนเองว่าราคาไหนเป็นที่เหมาะสมที่สุด ในแต่ละคู่ค้าจะระบุจำนวนขั้นต่ำและสูงสุดที่สามารถทำการซื้อ USDT ของเขาได้ และควรตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายของคู่ค้าเพื่อดูความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจ

Binance review | ข่าวโดย TadooBinance review | ข่าวโดย Tadoo

หรือจะใช้วิธีการแปลงสกุลเงินบาทเป็นคริปโตจาก Exchange อื่นที่รองรับเงินบาท จากนั้นจึงทำการโอนโดยใส่ Address ปลายทางของบัญชีสมาชิก Binance ของคุณได้ แต่อาจจะต้องระวังเรื่องราคาที่คลาดเคลื่อนกันเนื่องจากเป็นคนละตลาด และอาจจะมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในการฝากด้วยวิธีนี้

ช่องทางการชำระเงินที่ทาง Binance แนะนำสำหรับการใช้ฟังก์ชัน P2P Wallet ในไทยจะมีดังนี้ ซึ่งช่องทางที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ Bank Transfer

Binance review | ข่าวโดย Tadoo

 

การถอน

เนื่องจากทาง Binance ไม่รองรับสกุลเงินบาทโดยตรง ดังนั้นการถอนเงินที่ทำได้ง่ายที่สุดสำหรับการนำออกมาเป็นสกุลเงินบาท ก็คือการใช้ P2P Wallet เช่นเดียวกับการฝากนั่นเอง โดยวิธีการก็ไม่ต่างจากการฝากเงินก็คือทำการเลือกคู่ค้าที่เหมาะสมสำหรับการขายคริปโตสกุลใดก็ตามที่ P2P รองรับและในแต่ละคู่ค้าก็จะระบุเงื่อนไขต่าง ๆ เอาไว้สำหรับการพิจารณา จากนั้นระบุจำนวนคริปโตที่ต้องการขาย โดยระบบจะทำการคำนวณจำนวนเงินที่คุณจะได้รับ หลังจากตรวจสอบความถูกต้องก็สามารถกดขายได้ทันที

Binance review | ข่าวโดย TadooBinance review | ข่าวโดย Tadoo

การฝากและถอนเงินผ่าน P2P Wallet จะไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ แต่คุณอาจจะต้องพิจารณาในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้นด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดส่วนต่างได้หากตอนฝากและตอนถอนใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันมากเกินไป

Binance ถูกจัดอยู่ที่อันดับ 1 ในฐานะ Exchange ด้วยปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก

ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ

Binance จะมีการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (Two-Factor Authentication) เป็นวิธีการป้อนรหัสชั้นที่ 2 โดยคุณจะได้รับรหัสนี้ผ่านแอพพลิเคชัน Authenticator ซึ่งจะต้องทำการเชื่อมต่อบัญชี Binance ของคุณไว้กับแอพพลิเคชันนี้เรียบร้อยแล้ว โดยรหัสจะอยู่ในรูปแบบของ OTP และใช้งานได้เพียงครั้งเดียว จากนั้นรหัสจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่คุณทำการล็อกอินใหม่

และจะมีการเปิด Anti-phishing Code หรือระบบแจ้งเตือนหากมีการล็อกอินว่าเป็นการล็อกอินจากคุณหรือไม่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพสวมรอยทำธุรกรรมหรือทำการโจมตีใด ๆ และยังมีการเปิดใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ชื่อว่า Address Management ซึ่งหลักการทำงานคือคุณสามารถเพิ่ม Address Whitelist หรือรายการแอดเดรสที่อนุญาตไว้ในบัญชีของคุณ โดยคุณจะสามารถโอนสินทรัพย์ไปยังแอดเดรสใน Whitelist ได้เท่านั้น แต่หากต้องการเพิ่มแอดเดรสใหม่ระบบก็จะให้ยืนยันผ่านทางอีเมล์ก่อนทุกครั้ง

นอกจากนี้ Binance ยังได้รับมาตรฐานความปลอดภัย ISO/IEC 27001 หรือมาตรฐานสากลสำหรับการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล และ CryptoCurrency Security Standard (CCSS) ระบบความปลอดภัยสูงสุดในการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรูปแบบ

คำถามที่พบบ่อย: FAQ Binance

Q: โปรแกรมแนะนำเพื่อนของ Binance (Binance Referral Program) คืออะไร?

A: หากผู้รับเชิญของคุณนำรหัสแนะนำของคุณมาใช้เมื่อเปิดบัญชี Binance ครั้งแรก คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันในรูปแบบของค่าธรรมเนียมจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการเทรดของคุณ

 

Q2: ดูรหัสแนะนำได้อย่างไร?

A2: เลือกฟีเจอร์ “การแนะนำ / Referral” ได้ทั้งบนหน้าเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน Binance

 

Q3: P2P Wallet ของ Binance มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

A3: ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม เว้นแต่ว่าคู่ค้าใช้ช่องทางการชำระเงินอื่นที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการบริการธุรกรรม แต่โดยปกติทั่วไปแล้วนั้นจะไม่มีคู่ค้าคนใดนิยมใช้ช่องทางอื่นมากนักนอกจากช่องทาง Bank Transfer เนื่องจากไม่ใช่แค่คุณที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เท่านั้น แต่คู่ค้าจะต้องจ่ายด้วยเช่นเดียวกัน

 

Q4: สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่นเป็นช่องทางการชำระเงินได้หรือไม่?

A4: คุณต้องใช้บัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับในระบบสมาชิกเท่านั้น

 

Q5: Merchant ในระบบ P2P Wallet คืออะไร?

A5: Merchant คือสถานะของนักเทรดที่มีประสบการณ์และทำการซื้อขายกับทาง Binance บ่อยครั้งในปริมาณที่สูง หากคุณต้องการจะอยู่ในสถานะนี้ก็สามารถทำการสมัครได้ ที่นี่ โดยทาง Binance จะทำการพิจารณาคุณสมบัติและทำการอนุมัติเป็นรายบุคคล

 

คลิกที่นี่ เพื่อรับเงินคืน 5% ของค่าคอมมิชชั่น

ประเภทของประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 2+

เพิ่มเติม

ประกันชั้น 3+

เพิ่มเติม

พ.ร.บ.รถยนต์

เพื่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

วิธีคำนวนเบี้ยประกันรถยนต์

เพิ่มเติม

ทำอย่างไรให้ได้เบี้ยประกันลดลง

เพิ่มเติม

ประกันที่เหมาะกับมือใหม่

เพิ่มเติม

หลังเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรทำอย่างไร

เพิ่มเติม

เมาแล้วขับ

เพิ่มเติม

ไม่เคลม รับส่วนลดเบี้ยประกัน

เพิ่มเติม

รถมีประกันหรือเปล่า

เพิ่มเติม

ทิปดีๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

เพิ่มเติม

ประกันรถยนต์ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

เพิ่มเติม

อยากมีรถเก่าคลาสสิค ต้องรู้อะไรบ้าง

เพิ่มเติม

ประกันกลุ่มรถยนต์

เพิ่มเติม

การเคลมความเสียหายจากรถตกหลุมบ่อ

เพิ่มเติม